เลือกขายสินค้าและการบริการที่มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายของการขยายธุรกิจให้กว้างมากขึ้น

เลือกขายสินค้าและการบริการที่มีคุณภาพหรือประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายของการขยายธุรกิจให้กว้างมากขึ้น

อย่างที่ได้ทราบกันอยู่แล้วว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจแต่ละอย่างที่ได้มีให้บริการกันอยู่นั้นเองมีความคาดหมายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกำไรให้กลับมาเข้าธุรกิจของตนจากการลงทุนที่ได้ทำไปนั้น ซึ่งในลักษณะของกระบวนการทำธุรกิจโดยส่วนมากกันนั้นเองจะย้ำไปในเรื่องของประสิทธิภาพของการดูแลหรือการให้บริการกับลูกค้าที่ได้เลือกเข้ามาใช้บริการที่จะมีให้มองเห็นแล้วก็รู้เรื่องได้ในทันทีเลยว่าการทำธุรกิจทั้งหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการขายของหรือการบริการทั่วๆไปเองควรมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการมีคุณภาพ หรือวิธีขายสินค้าที่มีคุณภาพ ไว้ภายในธุรกิจของตนกันทุกแบบอย่างนั้นเอง ในส่วนของประสิทธิภาพหรือคุณภาพที่มีความหมายเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือประสิทธิภาพของการให้บริการที่จะจำต้องชี้ให้เห็นว่ามีแบบที่สำคัญสำหรับในการบริการที่จะมีผลโดยตรงกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ได้มองเห็นถึงความตั้งอกตั้งใจของเจ้าของกิจการที่มีความต้องการให้ลูกค้าหรือผู้เข้าใช้บริการนั้นเองได้รับสิ่งที่ยอดเยี่ยม 

และก็ได้จำธุรกิจที่ได้มีการเสนอแนะมาใช้บริการได้รู้เรื่องโดยทันทีเลยว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีคุณภาพสำหรับการเอาใจใส่กับลูกค้าความคาดหวังเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แล้วก็ทำให้รู้เรื่องได้มากขึ้นกว่าเดิมกับการบริการที่จะมองเห็นได้ว่าลูกค้าหรือผู้เข้าใช้บริการทุกคนนั้นมีหวังที่กำลังจะได้รับสิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดกันนั้นเอง แม้มีการบริการที่เข้าถึงความปรารถนาของลูกค้าได้อย่างมากนั้นเองก็จะเกิดเรื่องซึ่งสามารถสร้างความชอบใจให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มเปี่ยม รวมทั้งรู้สึกได้ในทันทีเลยว่าการเลือกใช้บริการกับธุรกิจที่มีคุณภาพนึกถึงประสิทธิภาพของสินค้าแล้วก็การให้บริการนั้นเองจะเป็นแรงกระตุ้นที่มาช่วยทำให้ธุรกิจนั้นสามารถขับตัวไปต่อได้อย่างง่ายดายกันนั้นเองและก็สามารถรู้เรื่องได้โดยทันทีเลยว่า วิธีการทำธุรกิจที่มีการขายของหรือการให้บริการนั้นถ้าหากปรารถนาที่จะสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจตนเองนั้นอันดับแรกต้องมองประสิทธิภาพของสินค้าหรือการให้บริการที่เหมาะสมกับลูกค้าที่ต้องการจะเข้ามาใช้บริการได้มากน้อยแค่ไหนกันนั้นเอง

หลักของการทำธุรกิจที่เห็นผลได้ไม่ยากในยุคปัจจุบัน 2021

หลักของการทำธุรกิจที่เห็นผลได้ไม่ยากในยุคปัจจุบัน 2021

เรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่มีให้มองเห็นกันแล้วว่าณ ตอนนี้เองมีให้ท่านได้เลือกใช้กระบวนการที่มากมายแบบได้อย่างไม่ยากเย็นจากกระบวนการทำธุรกิจที่มีให้มองเห็นกันแล้วว่ามีหนทางออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนช่วยสำหรับในการติดต่อเพื่อข้อมูลของผลิตภัณฑ์รวมทั้งการให้บริการที่เข้าถึงลูกค้าที่พึงพอใจได้ทั้งโลกกันไม่ยาก โดยเหตุนี้แล้วจะพลาดได้อย่างไรกับ หลักของแนวทางการทำธุรกิจที่น่าดึงดูดจะมีมาชี้แนะให้รู้เรื่องได้อย่างง่ายๆกันได้แล้วเดี๋ยวนี้

  • ควรจะทำความเข้าใจในธุรกิจที่ตนเองต้องวิธีการทำกันก่อน
  • มีการเรียนรู้หาข้อมูลทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ตัวนั้น
  • อย่ามุ่งหวังสำหรับการทำธุรกิจที่ยังพึ่งเริ่ม
  • ตั้งความมุ่งหมายให้แน่ชัดว่าปรารถนาทำอะไร ขายของหรือให้บริการเช่นไร
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายที่อยากให้บริการเอาไว้ก่อน
  • จัดเตรียมเงินลงทุนสำหรับในการทำธุรกิจสำรองเอาไว้เสมอ
  • เมื่อเริ่มธุรกิจแล้วตระเตรียมรับปัญหาในตอนแรกที่จะเข้ามาให้ปรับแต่ง
  • ถ้าหากธุรกิจมีปัญหาขึ้นมาให้รีบปรับปรุงในทันทีทันใดอย่าปลดปล่อยเอาไว้นาน
  • เมื่อล้มแล้วอย่าลืมที่จะลุกให้ไว เพราะเหตุว่าวิธีการทำธุรกิจไม่มีการคอยเวลา
  • ค้นหาวิถีทางของแนวทางการทำธุรกิจมากมายต้นแบบเอาไว้เสมอ

ได้มองเห็นกันแล้วว่าเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจนั้นเสมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็น แต่ว่าอันที่จริงแล้วมีต้นแบบการทำงานที่จะจะต้องมีระบบและก็แบบอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ธุรกิจที่ลงทุนทำไปกำเนิดตกต่ำหรือเจ๊งไปนั้นเอง ให้รู้เรื่องได้ในทันทีเลยว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่มีให้มองเห็นขณะนี้จะมีความต้องการของมนุษย์หรือลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์แนวทางการดีไซน์ผลิตภัณฑ์รวมทั้งการบริการที่เข้าถึงได้ทุกคน

เมื่อได้มองเห็นกันแล้วว่าเมื่อได้มีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วยสำหรับการทำธุรกิจที่มีบริการให้ได้ใช้งานกันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขณะนี้ ราวกับเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่เพิ่มเข้ามาเป็นสิ่งสำคัญที่ 5 ที่จะควรมีใช้งานกันทุกคนสำหรับ โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีอินเทอร์เน็ตเอาไว้ใช้ในลัษณะของการติดต่อหาข้อมูล หรือกระบวนการทำธุรกิจที่ทำเป็น ไม่กี่ขั้นตอนข้างในโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นเอง ด้วยเหตุนี้แล้วแนวทางการทำธุรกิจที่มีความต้องการของมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญนั้นเองก็สามารถค้นหาข้อมูลการค้นหาด้านในอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายเวลานี้

หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นิวยอร์ก (รอยเตอร์) หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันจันทร์โดยดัชนีหลักแต่ละรายการของวอลล์สตรีทปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ลงนามในร่างกฎหมายช่วยเหลือโรคระบาดที่รอคอยมานาน 2.3 ล้านล้านดอลลาร์เพิ่มการมองโลกในแง่ดีสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ในการพลิกกลับอย่างกะทันหันในช่วงสายของวันอาทิตย์ทรัมป์ยอมถอยจากภัยคุกคามของเขาที่จะปิดกั้นการเรียกเก็บเงินที่ต่อสู้อย่างหนักคืนผลประโยชน์การว่างงานให้กับชาวอเมริกันหลายล้านคนและหลีกเลี่ยงการปิดตัวของรัฐบาลกลาง

มันเป็นน้ำเสียงที่ดีต่อตลาดสหรัฐและส่วนหนึ่งคือการลงนามในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยทรัมป์ซึ่งดูเหมือนจะมีข้อสงสัย แต่ในที่สุดก็สำเร็จ Tim Ghriskey หัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนของ Inverness Counsel ในนิวยอร์กกล่าว เรายังคงติดตามการชุมนุมคริสต์มาสและตลาดที่น่าพอใจที่เรามีมาระยะหนึ่งแล้ว เขากล่าวเสริม

ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones เพิ่มขึ้น 204.1 จุดหรือ 0.68% เป็น 30,403.97 S&P 500 ได้รับ 32.3 คะแนนหรือ 0.87% เป็น 3,735.36 และ Nasdaq Composite ได้เพิ่ม 94.69 คะแนนหรือ 0.74% เป็น 12,899.42

หุ้นที่ถูกทำลายโดยการปิดกั้นของไวรัสโคโรนาเช่นสายการบินและสายการเดินเรือขั้นสูง ดัชนีสายการบิน S&P 1500 เพิ่มขึ้น 0.9% เนื่องจากสายการบินกำหนดให้ได้รับความช่วยเหลือด้านเงินเดือนอีก 15,000 ล้านดอลลาร์ภายใต้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลใหม่

ผู้ให้บริการเรือสำราญ Royal Caribbean Cruises Ltd, Carnival Corp และ Norwegian Cruise Line Holdings Ltd ต่างเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3% ในแต่ละภาคส่วนการเพิ่มขึ้นมาจากบริการการสื่อสารการใช้ดุลยพินิจของผู้บริโภคและเทคโนโลยีเนื่องจากแต่ละรายเพิ่มขึ้นมากกว่า 1%

หลังจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากการล่มสลายของไวรัสโคโรนาในเดือนมีนาคม S&P 500 กำลังจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในปีนี้เนื่องจากนโยบายการเงินที่หลวมและโครงการวัคซีน COVID-19 ที่ทำให้เกิดความหวังว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น

แม้จะมีเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยโดยทั่วไปสำหรับตราสารทุน แต่ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของกรณีโคโรนาไวรัสการไหลบ่าของวุฒิสภาสหรัฐในจอร์เจียและการประเมินมูลค่าที่ยืดออกอาจกลายเป็นลม อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้าของ S&P ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 22.2 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15.3

ปริมาณการซื้อขายคาดว่าจะเบาบางในสัปดาห์สุดท้ายของปีซึ่งในอดีตเป็นช่วงเวลาที่แข็งแกร่งตามฤดูกาลสำหรับตราสารทุน พรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสของสหรัฐฯในวันจันทร์จะลงคะแนนเสียงข้อเสนอสำหรับการจ่ายเงินบรรเทาทุกข์โรคระบาดที่สูงขึ้นสำหรับชาวอเมริกันแม้ว่าดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนในวุฒิสภาที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน

เนื่องจากความต้องการความเสี่ยงทั่วโลกอังกฤษและสหภาพยุโรปได้ทำข้อตกลงการค้าหลัง Brexit ในวันพฤหัสบดีในขณะที่การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีน COVID-19 จำนวนมากในยุโรปได้เปิดตัวในช่วงสุดสัปดาห์ Tesla Inc ขยับขึ้น 0.3% หลังจากมีรายงานว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มดำเนินการในอินเดียในต้นปีหน้า

Lockheed Martin Corp เพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่กล่าวว่าได้ส่งมอบเครื่องบินไอพ่น F-35 จำนวน 123 ลำในปี 2563 ซึ่งใกล้ถึงจุดสูงสุดของแนวโน้มที่ได้รับการแก้ไข ปริมาณการแลกเปลี่ยนในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 9.93 พันล้านหุ้นเทียบกับค่าเฉลี่ย 11.45 พันล้านสำหรับเซสชั่นเต็มในช่วง 20 วันทำการที่ผ่านมา

ปัญหาที่ก้าวหน้ามากกว่าประเด็นที่ลดลงใน NYSE ด้วยอัตราส่วน 1.21 ต่อ 1 บน Nasdaq ซึ่งเป็นอัตราส่วน 1.10 ต่อ 1 ที่ผู้สนับสนุนชื่นชอบ S&P 500 โพสต์จุดสูงสุดใหม่รอบ 52 สัปดาห์ 35 ครั้งและระดับต่ำสุดใหม่ 1 ครั้ง Nasdaq Composite บันทึก 242 จุดสูงสุดใหม่และ 17 จุดต่ำสุดใหม่

หุ้นค้าปลีกสามตัวที่น่าจับตามองในฐานะผู้เล่นระดับไฮเอนด์

หุ้นค้าปลีกสามตัวที่น่าจับตามองในฐานะผู้เล่นระดับไฮเอนด์และแบบพิเศษที่สะท้อนความหวังในการฟื้นตัว ความหวังในการฟื้นตัวได้กระตุ้นการค้าปลีก หุ้นค้าปลีกระดับไฮเอนด์และพิเศษรวมถึง Ulta Beauty, PVH และ Levi Strauss มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้หลังจากคำพูดของวัคซีน Covid-19 ที่ได้ผล 90% ซึ่งทำให้ความหวังในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

Ulta ได้รับเกือบ 23.5% ในสัปดาห์นี้ PVH เพิ่มขึ้นมากกว่า 21.5% Guess เพิ่มขึ้นเกือบ 14% Levi สูงกว่า 11% และ Coach Parent Tapestry ได้รับประมาณ 7% แต่การเล่นเกมสงครามเครื่องแต่งกายเป็นเรื่องยุ่งยาก Mark Tepper CEO ของ Strategic Wealth Partners กล่าวกับ Trading Nation ของ CNBC เมื่อวันอังคาร

มันยากมากที่จะรู้ว่าคนต้องการแต่งตัวกลับมาอีกครั้งหรือไม่ เขากล่าว มันดูเหมือนการค้าการฟื้นฟูอิฐปูนสำหรับฉันมากกว่า วัคซีนจะทำให้คนไปห้างสรรพสินค้าหรือไม่ ฉันไม่คิดอย่างนั้น ฉันหมายถึงการเดินเท้าเสียชีวิตก่อนโรคโควิด ฉันพบว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อว่านี่เป็นสาเหตุให้หนังสติ๊กถอยหลัง

แต่ Tepper แนะนำให้นักลงทุนมุ่งเน้นไปที่การเติบโตของแบรนด์ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ที่แข็งแกร่งและท่อส่งตรงถึงผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง บริษัท เครื่องแต่งกายเพียงแห่งเดียวที่เราเป็นเจ้าของในปัจจุบันคือ VF Corp. ” ซึ่งเป็น การเล่นมูลค่าสัมพัทธ์ที่ซื้อขายในราคาลดประมาณ 20% ให้กับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม Tepper กล่าว

บริษัท แม่ของแบรนด์ นอกบ้าน North Face และ Timberland, VF Corp. เป็นทั้งการเล่นที่ดีในช่วงฤดูหนาวและจากการซื้อกิจการของ Supreme วงสตรีทแวร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ Tepper กล่าว บริษัท นี้ทำให้ผมรู้สึกแย่มาก เขากล่าวถึง Supreme จริงๆแล้วพวกเขาใช้เสื้อโค้ท North Face ราคาไม่กี่ร้อยเหรียญพวกเขาตบโลโก้ของพวกเขาและหันกลับมาและขายได้ในราคา 900 เหรียญ ฉันหมายความว่านั่นคืออำนาจในการกำหนดราคา

หุ้นตัวหนึ่งที่ Tepper จับตาดูการซื้อที่มีศักยภาพคือ Lululemon Athletica

ฉันชอบหุ้นตัวนี้ แต่มันก็เป็นหุ้นที่เข้าใจยากสำหรับฉันเสมอเพียงแค่เอื้อมมือเล็กน้อยแพงเกินไป เขากล่าว สิ่งที่ฉันหวังจริงๆสำหรับที่นี่ก็คือการแลกเปลี่ยนกลับไปทำงานนี้ มีรันเวย์เล็กน้อยเพื่อให้ Lulu ลดลงอีก 10% และในที่สุดฉันก็สามารถซื้อได้ ฉันคิดว่าคุณต้องดูชื่อที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้และดูว่าคุณสามารถคว้าได้หรือไม่

ทอดด์กอร์ดอนผู้ก่อตั้ง TradingAnalysis.com กล่าวในการสัมภาษณ์เดียวกันว่าในขณะที่เขาลดการเปิดเผย Lululemon ทั้งหมดของเขาในวันอังคารเนื่องจากการประเมินมูลค่าหุ้นหุ้นอีกตัวก็ดูน่าสนใจมากขึ้น คนที่ฉันชอบในที่นี่คืออุลตา ฉันชอบการเป็นหุ้นส่วนกับ Target กอร์ดอนกล่าว พวกเขามีคอนเซ็ปต์ Shop-in-Shop ใหม่นี้ พวกเขาจะนำเสนอในสถานที่ที่เลือกไว้ในส่วนความงามที่มีอยู่ของ Target และจะนำเสนอทางออนไลน์ด้วย

ยังดีกว่าภาพทางเทคนิคของ Ulta ก็ดูสดใสเช่นกัน Gordon กล่าว ในแผนภูมิรายเดือนคุณสามารถโต้แย้งได้ว่ามี รูปแบบ หัวและไหล่เริ่มตั้งแต่ปี 2017 ถึงตอนนี้ เขากล่าว จากนั้นเมื่อคุณเล็กลงเรื่อย ๆ จนถึงรายสัปดาห์การหยุดพักที่ได้รับการยืนยันและการถือครองที่ประสบความสำเร็จประมาณ 260 จะทำให้ศีรษะและไหล่ล้มเหลวซึ่งเป็นรูปแบบการต่อเนื่องที่แข็งแกร่ง กอร์ดอนกล่าว ขณะนี้อุลต้าซื้อขายด้วย 53 [price-to-profit multiple] ในขณะนี้ แต่มีรายได้ล่วงหน้าเพียง 19 เท่า หุ้น Ulta ปิดตัวขึ้นกว่า 7% ในวันอังคารที่ 265.49 ดอลลาร์ซึ่งเป็นวันที่ประกาศความร่วมมือกับ Target

การตกต่ำของการบินไทย

การบินไทย เที่ยวบินศักดิ์สิทธิ์ชุบแป้งทอดและถุงโฮมเมด การบินไทยกำลังมีความคิดสร้างสรรค์เนื่องจากต้องการระดมทุนในช่วงที่การเดินทางตกต่ำ ปลายเดือนนี้จะเปิดตัวเที่ยวบินพิเศษที่จะบินไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 99 แห่งในประเทศไทยสร้างความนิยมอย่างมาก การบินไทยได้ค้นพบแหล่งรายได้ใหม่ ๆ แล้วซึ่งรวมถึงคาเฟ่แนวสายการบินแป้งชุบแป้งทอดและกระเป๋าถือที่ทำจากเสื้อชูชีพ

แต่สายการบินมีหนี้จำนวนมากที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เกิดการระบาด สายการบินหลายแห่งได้เปิดตัวเที่ยวบินไปยังสถานที่ที่บินขึ้นและลงจอดที่สนามบินเดียวกัน แควนตัสของออสเตรเลียให้บริการเที่ยวบิน เที่ยวชมสถานที่ เหนือแอนตาร์กติกาในขณะที่สายการบินในไต้หวันให้บริการเที่ยวบินไปยังที่ใดก็ได้บนเครื่องบินธีมเฮลโลคิตตี้ เที่ยวบินใหม่ของการบินไทยจะไม่ลงจอดที่จุดหมายปลายทางใด ๆ แต่จะบินข้ามวัดใน 31 จังหวัดก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผู้โดยสารจะได้รับหนังสือสวดมนต์และอาหารมื้อพิเศษโดยมีราคาตั้งแต่ 5,999 บาทไทย (149 ปอนด์) ถึง 9,999 บาทสำหรับการเดินทางสามชั่วโมง

เมื่อเดือนที่แล้วสิงคโปร์แอร์ไลน์ได้เปิดโอกาสให้นักทานได้รับประทานอาหารกลางวันบนเครื่องบินแอร์บัส A380 ที่จอดนิ่งอยู่ที่สนามบินหลักของเมือง แม้จะมีป้ายราคาสูงถึง 496 เหรียญสหรัฐ (380 ปอนด์) แต่สองวันแรกขายหมดภายในครึ่งชั่วโมง

กระเป๋าถือและของชุบแป้งทอด การบินไทยมีนวัตกรรมใหม่เป็นพิเศษในช่วงที่จำนวนผู้โดยสารลดลงของโควิด -19 เพื่อเพิ่มรายได้ อีกวิธีหนึ่งที่ต้องการหารายได้พิเศษคือการทำกระเป๋าถือจากเสื้อชูชีพสำรองและแพสไลด์ Re-Life Collection ของการบินไทยรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นและกระเป๋าถือได้รับความนิยมจนขายหมดในขณะนี้อุตสาหกรรมสายการบินกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาโดยมีการตกงานหลายพันคนและสายการบินหลายรายเลิกกิจการ

การบินไทยต้องดิ้นรนก่อนวิกฤติและสร้างหนี้และหนี้สินมูลค่า 245 พันล้านบาท (8.3 พันล้านปอนด์) บริษัท ขนส่งสัญชาติไทยได้เริ่มจำหน่ายแป้งชุบแป้งทอดที่ร้านหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ขนมขายเป็นชุด 3 ชิ้นพร้อมน้ำจิ้มและคัสตาร์ดไข่ราคา 50 บาท (1.25 ปอนด์) แป้งทอดทำรายได้ต่อเดือนประมาณ 10 ล้านบาทขณะนี้การบินไทยมีแผนขยายธุรกิจแฟรนไชส์

อเมริกันยูไนเต็ดก้าวไปข้างหน้าด้วยการขนย้ายมากกว่า 32,000 คน

American Airlines และUnited Airlines จะเริ่มปลดพนักงานมากกว่า 32,000 คนในวันพฤหัสบดีนี้หลังจากการเจรจาสำหรับแพ็คเกจช่วยเหลือโคโรนาแห่งชาติล้มเหลวในวอชิงตัน แต่สายการบินทั้งสองกล่าวว่าพวกเขาพร้อมที่จะกลับเส้นทางหากบรรลุข้อตกลงกระตุ้น

เงื่อนไขการสนับสนุนการจ่ายเงินเดือนของรัฐบาลกลางมูลค่า 25 พันล้านดอลลาร์ที่ผ่านมาสำหรับภาคการเจ็บป่วยในเดือนมีนาคมห้ามสายการบินตัดงานจนถึงวันที่ 1 ตุลาคมความช่วยเหลือนี้มีขึ้นเพื่อช่วยให้สายการบินสามารถรับมือกับยอดจองที่ลดลงอย่างรวดเร็วจนกว่าความต้องการจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังไม่ปรากฏ

สายการบินใช้เวลาหลายเดือนที่ผ่านมาในการเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติขอเงินสนับสนุนอีก 25 พันล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนจากสองฝ่าย ซึ่งจะสามารถรักษางานไว้ได้จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมแม้ว่าความต้องการเดินทางจะลดลง

อย่างไรก็ตามการพูดคุยเกี่ยวกับแพ็คเกจ coronavirus ในวงกว้างซึ่งจะรวมถึงความช่วยเหลืออีกรอบของสายการบินที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมาโดยเปิดโอกาสให้มีการลดงานมากกว่า 30,000 ตำแหน่งเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพวกเขาที่ American และ United

Doug Parker ซีอีโอชาวอเมริกันบอกกับพนักงานว่าสายการบิน จะเริ่มกระบวนการที่ยากลำบากในการกำจัดเพื่อนร่วมงานที่ทำงานหนักและทุ่มเทของเรา 19,000 คน จำนวนดังกล่าวใกล้เคียงกับ 14% ของพนักงานก่อนการระบาดของสายการบินฟอร์ตเวิร์ธ ซึ่งตั้งอยู่ในเท็กซัส

ผู้บริหารกล่าวว่าพวกเขาไม่คาดหวังว่าอุปสงค์จะกลับไปสู่ระดับ 2019 โดยไม่ต้องฉีดวัคซีนโคโรนาไวรัสและกล่าวว่าวิกฤตที่เกิดจากการระบาดของโรคในอุตสาหกรรมนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าหลังการโจมตี 11 กันยายน

การสูญเสียมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สองเพียงอย่างเดียวและประชาชนลังเลเกี่ยวกับการเดินทางที่สัญญาว่าจะยากขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้า สายการบินได้ลดการให้บริการเพื่อให้ตรงกับความต้องการที่อ่อนแอเนื่องจากการระบาดและเว็บของข้อ จำกัด ในการเดินทางส่งผลกระทบต่อการจองโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเส้นทางระหว่างประเทศที่เคยร่ำรวย

House Speaker Nancy Pelosiและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังSteven Mnuchin ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงก่อนหน้านี้ในวันพุธ แต่การเจรจาจะดำเนินต่อไป ปาร์กเกอร์บอกกับพนักงานที่เขาพูดคุยกับมุนชินเมื่อปลายวันพุธและบอกเขาว่าหากการเจรจาต่อไปเกิดข้อตกลงอเมริกันจะ ถอยหลัง การลดลงและเรียกคืนคนงาน

ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าข้อเสนอนั้นจะอยู่ได้นานเพียงใด แต่ PSA Airlines ซึ่งเป็นผู้ให้บริการในภูมิภาคของอเมริกาบอกกับนักบินว่าหากวอชิงตันไม่อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งภายในวันที่ 4 ตุลาคม “ความตึงเครียดจะยังคงเกิดขึ้น ตาม บริษัท บันทึกที่ CNBC เห็น

ฉันเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่เราได้มาถึงผลลัพธ์นี้ ปาร์คเกอร์เขียน ไม่ใช่สิ่งที่คุณทุกคนสมควรได้รับมันเป็นสิทธิพิเศษในการสนับสนุนในนามของผู้เชี่ยวชาญด้านการบินที่ทำงานหนักในอเมริกาและทั่วทั้งอุตสาหกรรมและคุณมั่นใจได้ว่าเราจะดำเนินการต่อไปในวันข้างหน้า

ยูไนเต็ดจะลดการจ้างงานมากกว่า 13,000 ตำแหน่ง เราขอวิงวอนให้ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งของเราบรรลุข้อตกลงร่วมกันจัดการตอนนี้และช่วยงาน ยูไนเต็ดกล่าวในข้อความถึงเจ้าหน้าที่ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นส่วนหนึ่งของการลดจำนวนของ United โดยมี 6,939 คนที่จะถูกยกเลิก

พรุ่งนี้พนักงานการบินที่จำเป็นหลายหมื่นคนจะตื่นขึ้นมาโดยไม่มีงานทำหรือการดูแลสุขภาพและอีกหลายหมื่นคนจะไม่ได้รับค่าจ้าง ซาร่าเนลสันประธานสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน CWA ซึ่งเป็นสหภาพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ กล่าวในแถลงการณ์

เนลสันซึ่งเป็นผู้นำในความพยายามในการได้รับครั้งแรกและความพยายามในแพ็คเกจความช่วยเหลือครั้งที่สองที่ผ่านมาพร้อมกับการสนับสนุนของสายการบินเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของทรัมป์บรรลุข้อตกลง ไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระ เธอกล่าว หมดเวลาแล้ว

สายการบินไม่เพียง แต่ปลดคนงานด้วยการบังคับลด พนักงานหลายหมื่นคนยอมรับการซื้อกิจการและการลาออกชั่วคราวซึ่งช่วยลดค่าแรงงานของสายการบิน ยกตัวอย่างเช่น United มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งที่คาดไว้ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 36,000 ในฤดูร้อนนี้ผ่านแพ็คเกจการเกษียณอายุก่อนกำหนดการลดตารางเวลาโดยสมัครใจและออกจากตัวเลือกต่างๆและข้อตกลงกับนักบินเพื่อลดค่าจ้างขั้นต่ำที่รับประกัน

Target ปรับปรุงเกมขายของชำด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่หลายร้อยรายการรวมถึงพาสต้ารสเลิศและกาแฟ

Target ได้รับประโยชน์จากชาวอเมริกันที่ผันตัวมาเป็นพ่อครัวและคนทำขนมปังในช่วงที่โคโรนาไวรัสระบาด ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ต้องการให้ผู้บริโภคมองว่าเป็นแหล่งขายของชำในปัจจุบันและอนาคต ในเดือนนี้มีการเพิ่มรายการอาหารและเครื่องดื่มใหม่หลายร้อยรายการที่ผู้ซื้อหาได้จากร้านค้าและเว็บไซต์เท่านั้น นอกจากนี้ยังเปิดตัวไลน์พรีเมียมใหม่ Good & Gather Signature โดยมีซอสอิตาเลียนชุดเล็กพาสต้าและพิซซ่ารสเลิศประมาณ 60 รายการและกาแฟสูตรพิเศษที่มีราคา 2.99 ถึง 9.99 ดอลลาร์

พวกเขาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของ Good & Gather ซึ่งเป็นฉลากส่วนตัวที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว และเพิ่งมียอดขายถึง 1 พันล้านเหรียญ ด้วยการขยายตัวแบรนด์จะมีสินค้าประมาณ 2,000 รายการทำให้เป็นแบรนด์ภายในที่ใหญ่ที่สุดของ Target โดยการแบ่งประเภท

ความพยายามคือการเสนอราคาที่ชนะส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นจากคู่แข่งเช่นWalmart และ โครเกอร์ Target ล้าหลังคู่แข่งในทางเดินขายของชำ จากข้อมูลของ UBS บริษัท เป็นร้านขายของชำที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในปี 2562 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 3% Walmart และ Kroger ครองหมวดหมู่นี้โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 21% และ 10%

นอกจากนี้ยังนำหน้าจาก playbook ของตัวเอง Target มีแบรนด์พิเศษที่เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้วในหมวดหมู่อื่น ๆ เช่น Cat & Jack สำหรับเครื่องแต่งกายสำหรับเด็กและ Hearth & Hand ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านที่พัฒนาโดย Chip และ Joanna Gaines จาก Fixer Upper ของ HGTV ด้วยการนำเสนออาหารที่หลากหลายและรสชาติจึงหวังที่จะพัฒนาแฟน ๆ ที่ติดตามด้วย Good & Gather

Stephanie Lundquist ประธานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มของ บริษัท กล่าวว่าสินค้าจะเข้าสู่ชั้นวางของในเวลาอันรวดเร็ว เธอกล่าวว่าครอบครัวและแม้แต่นักชิมเริ่มเบื่อกับการทำอาหารทุกสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังต้องการรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใครและอร่อย พวกเขากำลังมองหาแรงบันดาลใจ เธอกล่าว พวกเขากำลังมองหาผลิตภัณฑ์และแนวคิดที่สามารถช่วยพวกเขาได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงเวลามื้ออาหาร

เธอกล่าวว่าลูกค้าบางรายรู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องเงินสดเช่นกัน นั่นอาจดึงดูดพวกเขาไปที่ป้ายกำกับส่วนตัว สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือพวกเขาต้องการสร้างช่วงเวลาอาหารค่ำ เธอกล่าว พวกเขาต้องการสร้างช่วงเวลาพิเศษเพราะพวกเขาไม่สามารถออกไปได้มากนักดังนั้นโซลูชันที่สร้างแรงบันดาลใจที่จับคู่กับความคุ้มค่าจึงเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังมองหา

Target เป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกที่ขยายช่องว่างกับคู่แข่งในช่วงที่เกิดโรคระบาดเนื่องจากผู้ค้าปลีกรายอื่นมีการเลิกจ้างการปลดพนักงานและการปิดสาขา ในไตรมาสที่สอง บริษัทรายงาน ผลกำไรที่โดดเด่นในอีคอมเมิร์ซและผลกำไรโดยรวมเพิ่มขึ้น 80% Brian Cornell ซีอีโอกล่าวว่า Target ได้รับลูกค้าดิจิทัลรายใหม่ 10 ล้านรายและมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น 5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีแรก

หนึ่งในประเภทที่ขับเคลื่อนการเติบโตคือร้านขายของชำ ยอดขายเทียบเคียงอาหารและเครื่องดื่มเติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่สอง พวกเขาเพิ่มขึ้นมากขึ้นสำหรับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มของ Target ยอดขายที่เทียบเคียงกันของแบรนด์เหล่านั้นรวมถึง Good & Gather ได้เพิ่มขึ้น 30% ในปีนี้ Lundquist กล่าว

อาหารและเครื่องดื่มคิดเป็นประมาณ 20% ของรายได้ของ Target ตามรายงานประจำปี บริษัท ไม่ได้แยกความสามารถในการทำกำไรของสินค้าห้าหมวดหมู่ แต่ร้านขายของชำเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำอย่างฉาวโฉ่โดยสินค้าเช่นนมและซีเรียลทำให้กำไรน้อยกว่าลิปสติกหรือซันเดรส

แม้ว่านมและไข่จะทำกำไรได้น้อยกว่า แต่ Lundquist กล่าวว่าพวกเขาขับรถเดินทางไปที่ร้าน ในขณะที่ผู้บริโภคจับจ่ายซื้อลวดเย็บกระดาษเธอกล่าวว่าพวกเขามักจะใส่ของที่กินไม่ได้อื่น ๆ เต็มตะกร้า แขกของเราสามารถวางแผนที่จะซื้อของตกแต่งบ้านและเลือกเสื้อยืดจากนั้นพวกเขาอาจจะเข้ามาเพื่อหาของจำเป็นและหยิบจับอาหารและเครื่องดื่มและทุกอย่างในระหว่างนั้น Lundquist กล่าว นั่นคือหนึ่งในตัวสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา

เธอกล่าวว่า 75% ของลูกค้า Target เลือกซื้อสินค้าในร้านอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อพวกเขาทำเธอกล่าวว่าพวกเขาใช้จ่ายโดยเฉลี่ยมากกว่าสองเท่า Lundquist กล่าวว่าฉลากส่วนตัวช่วยเพิ่มผลกำไรเมื่อเทียบกับการขายแบรนด์อื่น ๆ ด้วย

สินค้า Good & Gather ทั้งหมดทำขึ้นโดยปราศจากรสชาติเทียมและสารให้ความหวานสีสังเคราะห์และน้ำเชื่อมข้าวโพดที่มีฟรุกโตสสูง Target กำลังเลิกใช้ป้ายกำกับส่วนตัวอีกสองป้าย: Archer Farms และ Simply Balanced จะคงไว้ซึ่ง Market Pantry ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ แต่ลดขนาดลงและ จำกัด เฉพาะรายการพื้นฐานเช่นอุปกรณ์สำหรับทำขนม

พร้อมกับการเปิดตัว Good & Gather และการขยายประเภทสินค้า Target ประกาศในเดือนมิถุนายนว่าจะ เพิ่มสินค้าสดและแช่แข็ง ให้กับการสั่งซื้อในวันเดียวกันและเพิ่มบริการที่ร้านค้าหลายร้อยแห่ง ในช่วงวันหยุด บริษัท มีแผนที่จะนำเสนอร้านค้ามากกว่า 1,500 แห่งนั่นคือประมาณ 80% ของร้านค้า 1,871 แห่งทั่วประเทศ

ด้วย Good & Gather Target กล่าวว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลักในหมวดหมู่ต่างๆเช่นน้ำอัดลมกราโนล่าผลไม้แห้งถั่วและแถบโภชนาการ สินค้าขายดีที่สุดของ Good & Gather ได้แก่ วัตถุดิบหลักเช่นนมชีสและเนื้อสัตว์และสินค้าที่มีเอกลักษณ์บางอย่างเช่นน้ำสตรอเบอร์รี่มะม่วงน้ำอัดลมอะโวคาโดโทสต์สับสลัดและอัลมอนด์ดาร์กช็อกโกแลตเค็มหิมาลายัน

Lundquist ได้ลองชิมสินค้าของชำใหม่ของ Target ในช่วงต้น เธอบอกว่าเธอนับเห็ดเครมินีและพิซซ่าแป้งบางกรอบที่มีน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลเป็นอาหารโปรดของเธอและกาแฟคาราเมลมัคคิอาโต้สามารถพบได้ในครัวของเธอเองนั่นคือสิ่งที่แน่นอนในตู้กับข้าวของฉันในขณะที่ฉันดื่มกาแฟมากขึ้นที่บ้านในทุกวันนี้ เธอกล่าว

แนวโน้มอุตสาหกรรมยุคใหม่

การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันกันสูงและรุนแรงในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้เป็นภารกิจหลักที่สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากอุตสาหกรรมมีบทบาทที่สำคัญอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีการกำหนดเป้าหมายของการพัฒนาอุตสาหกรรมดังนี้

1.การสร้างความพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตในระดับภูมิภาคเตรียมความพร้อมสู่ AEC เริ่มจากการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคที่มี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งในด้านแรงงาน วัตถุดิบ เทคโนโลยี มาตรฐาน วิจัยและพัฒนา อีกทั้งพัฒนาการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2.มุ่งเน้นการพัฒนาต่อจากการพัฒนาฐานความรู้ โดยเน้นการผลิตสินค้าที่ต้องใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เป็นที่ยอมรับในอาเซียน โดยการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและบริหารจัดการการผลิตและจัดการเครือข่ายในภูมิภาค

ยกระดับการผลิตวัตถุดิบเพื่อสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

3.สร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย ด้านตราสินค้าให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก โดยมีความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรมนุษย์

สำหรับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาคน และการเตรียมความพร้อม สั่งสมความรู้ เรียนรู้ เป็นการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

ให้ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทั้งนั้นภาครัฐควรพัฒนาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และสร้าง Country Brand ให้สินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี บรรจุภัณฑ์ น่าประทับใจ ใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วย รวมทั้งต้องสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือของประเทศโดยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศทั้งในส่วนของรัฐบาลและในธุรกิจ โดยการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เครื่องจักรใหม่ที่ประหยัดพลังงาน มีกระบวนการผลิตที่สะอาด พัฒนาระบบโลจิสติกส์ และผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เลือกและตัดสินใจซื้อสินค้าด้วย

ดังนั้น อุตสาหกรรมยุคใหม่จะต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถภายใต้บริบทของการแข่งขันที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ซึ่งอุตสาหกรรมไทยมีโอกาสในการแข่งขันทุกอุตสาหกรรมเพียงแต่ต้องเลือกเวทีและสินค้าให้ถูก เพราะหากทำได้จะสามารถลดต้นทุน ลดความสูญเสีย และนำไปสู่การแข่งขันที่ดีขึ้น

การพัฒนาอุตสาหกรรมนเพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย

การพัฒนาอุตสาหกรรมนเพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย
อุตสาหกรรมเป็นภาคที่มีความสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีบทบาทสําคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาโดยตลอด ผลผลิตอุตสาหกรรมต่อ GDP ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการ ส่งออกของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โดยสินค้าที่เป็นสินค้าหลักในการส่งออกนั้น กระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่รายการ ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ต้องใช้เทคโนโลยีระดับกลางและสูง พึ่งพาการนําเข้าชิ้นส่วน เครื่องจักร เทคโนโลยีและทุน จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง ประกอบกับกระแสการเปลี่ยนแปลงภายใต้โลกาภิวัตน์มีความรวดเร็ว และซับซ้อน มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง และอุปสรรค ต่างๆ จึงมีความจําเป็นอย่างมากในการกําหนดทิศทางการพัฒนา ระบบสนับสนุน รวมถึงนโยบายต่างๆ ที่เอื้อต่อ การพัฒนาอุตสาหกรรม รวมไปถึงคุณภาพของประชากร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อเป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย และอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการ เปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ภาพรวมของการพัฒนา ของอุตสาหกรรมโลก ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยเพื่อตอบสนองต่อมิติการพัฒนาใหม่ ผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ต่ออุตสาหกรรมไทย นอกจากนี้ยังเน้นถึงเป้าหมาย และแนวทางการพัฒนา อุตสาหกรรมของประเทศไทยในอนาคต ทั้งในภาพรวม และในอุตสาหกรรมรายสาขาที่สําคัญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในการเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพทางการแข่งขันในระดับนานาชาติเพื่อ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และสร้างงานให้แก่ประชาชน ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีความสมดุล เป็นฐานรากในการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนต่อไป

ในอนาคตภาคอุตสาหกรรมก็จะยังคงมีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากเป็นภาคที่สําคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงจําเป็นที่จะต้องมีการกําหนดกระบวนทัศน์และ ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งในภาพรวม และรายสาขา ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของ กระแสโลกอันประกอบไปด้วยการสร้างคุณค่า ด้วยนวัตกรรม องค์ความรู้ และเทคโนโลยี รวมถึงปรับศักยภาพหลักของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการในระดับโลก เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังต้องสร้างความสมดุล และความเกื้อหนุนของการ พัฒนาใน 4 มิติได้แก่มิติทางด้านเศรษฐกิจ มิติทางด้านสังคม มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม และมิติทางด้านทุนมนุษย์ อันจะนํามาซึ่งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยได้อย่างยั่งยืนใน ระยะยาว

ทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในอนาคตหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีรัฐบาลใหม่

15

ภายใต้บริบทของกลไกการค้าโลกในปัจจุบันและการเปิดเสรีทางการค้า ไม่ว่าจะเป็น FTA , WTO และ AFTA ก่อให้เกิดสภาวการณ์แข่งขันในภาคธุรกิจ ซึ่งแต่เดิมอาจจะเป็นการแข่งขันภายในประเทศหรือภายในภูมิภาค กลับต้องเผชิญกับการแข่งขันในระดับโลก กรณีของประเทศไทยสัดส่วนภาคเกษตรต่อ GDP น่าจะไม่ถึง 12% ขณะที่ภาคการค้าและภาคอุตสาหกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาความอยู่ดีกินดีของคนไทย ดังนั้น แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจมหภาค จึงจะต้องให้ความสำคัญต่อภาคเอกชน โดยเฉพาะภาครัฐ จะต้องเร่งส่งเสริมศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ซึ่งทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพื่อจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จะต้องมียุทธศาสตร์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีกับการเปลี่ยนแปลงด้านกลไกการค้าในบริบทของโลก อุตสาหกรรมไทยจะต้องหันกลับมาพัฒนาเทคโนโลยี โดยการลดการพึ่งพาแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและแรงงานราคาถูก การแก้ปัญหาเกี่ยวกับภาครัฐ เกี่ยวกับปัญหาแรงงานต่างด้าวในลักษณะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวและการปรับลดค่าธรรมเนียม ซึ่งภาคอุตสาหกรรมออกมาโวยวายเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว หรือการให้ภาครัฐเพิ่มโควตาในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวในระยะสั้น ผู้เขียนเห็นด้วยเพราะยังมีอุตสาหกรรมอยู่หลายคลัสเตอร์ จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว เนื่องจากแรงงานชาวไทยไม่ทำ รวมถึงอุตสาหกรรมบริการโลจิสติกส์ ก็เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งต้องยังมีการแบกหามก็มีคนไทยมาทำงานยากขึ้น

ดังนั้น ทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต โดยเฉพาะหลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีรัฐบาลใหม่ (อรกครั้ง)ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการ ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยผู้ประกอบการไทย ทั้งในแง่การประชาสัมพันธ์และการฝึกอบรม รวมถึง เกี่ยวกับการส่งเสริมทางด้าน R&D ของไทย ซึ่งมีน้อยมาก และอย่าสับสนในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยแบบที่ผ่านมาในอดีตที่มองและพัฒนาเป็น Cluster หรือกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มพลาสติก , อิเล็กทรอนิกส์ เพราะข้อเท็จจริงแต่ละ Cluster มีศักยภาพขีดความสามารถและขนาดซึ่งแตกต่างกันมาก มีทั้งใหญ่-กลาง-เล็ก บางโรงงานมีปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี บางโรงงานมีปัญหาด้านการตลาด หรือบางโรงงานมีปัญหาด้านทุนหรือด้านบริหาร ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่ม (Cluster) อุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งแต่เดิมใช้ยาขนานเดียวกันการแก้ปัญหาอุตสาหกรรม ต้องพัฒนาไปด้วยกันทั้งพร้อมและไม่พร้อมอุตสาหกรรมไทยต้องใช้เวลาในการปรับไปสู่ New Wave Industries ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย แต่กรณีเช่นนี้ รถไฟต้องไปเป็นขบวน มิฉะนั้น จะพากันตกรางหมด การพัฒนาจึงควรแยกตามลักษณะจากขีดความสามารถ ซึ่งผู้เขียนแยกไว้ 3 กลุ่ม ดังรายละเอียดข้างต้น อย่าปล่อยให้ SMEs ไทยช่วยตัวเอง แบบอยู่ใครอยู่มัน โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยทางด้านธุรกิจอุตสาหกรรม

15

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยภายหลังใช้แผนพัฒนาฯ นับได้ว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงจากภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะการส่งออกข้าวเป็นรายได้หลักของประเทศ  เป็นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบในการผลิตในด้านแรงงาน ต้นทุนการผลิตต่ำ ส่งผลให้ได้เปรียบในการผลิตสามารถแข่งขันในตลาดโลกโดยตั้งแต่ประเทศไทยมีการใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โครงสร้างและระบบเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก สามารถสรุปถึงผลการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาได้ดังนี้

ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาการกระจายรายได้โครงสร้างการผลิตได้เปลี่ยนจากภาคเกษตรกรรมเป็นภาคอุตสาหกรรม ผลิตเพื่อการส่งออก การเปิดการค้าเสรีและการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่การขยายตัวไม่สม่ำเสมอ อุตสาหกรรมกระจุกตัวเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เกิดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้

ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติต้นเหตุแห่งการขยายตัวของผลิตภัณฑ์หรือการผลิตประชาชาติทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมซึ่งจำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตจำนวนมากรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด ทำให้เกิดการบุกรุกที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ ผลที่ตามมาคือ ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและหมดไปอย่างรวดเร็ว

ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาการว่างงานในระยะที่ผ่านมา รัฐบาลและประชาชนใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีค่านิยมการใช้สินค้าจากต่างประเทศ การพัฒนาประเทศพึ่งพาเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศจำนวนมาก เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไทยขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว

ปัญหาการแข่งขันและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนทำให้การแข่งขันระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น นอกจากต้นทุนการผลิตที่ทำให้ไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศแล้ว ประเด็นที่สำคัญยังประกอบไปด้วยนโยบายและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศ ขณะที่ภาวะการณ์ในปัจจุบันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากสาเหตุของต้นทุนทางด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประเทศต้องมีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น ได้มาตรฐานสากล

แนวโน้มธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทย

สำหรับทิศทางอิเล็กทรอนิกส์ไทยปี 2558 มีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นต้นมากขึ้น ซึ่งต้องใช้แรงงานที่มีความรู้ด้านการออกแบบเป็นสำคัญ  สำหรับในปัจจุบันการผลิตขั้นต้นมีค่อนข้างน้อยส่วนใหญ่จะเป็นขั้นกลางและปลายเป็นส่วนมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ การที่จะพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์ไทยได้อย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องเพิ่มในส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นหรือขั้นตอนการออกแบบ จึงจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และนวัฒนกรรมได้ด้วยตัวเอง

เนื่องจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยมีข้อจำกัดและความเสี่ยงทั้งทางด้านโครงสร้างการส่งออกและการผลิตซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การขาดความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดโลก และความเสี่ยงในการโยกย้ายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ไทยจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต โดยจะต้องพัฒนาศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นโดยการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การขยายฐานผลิตภัณฑ์รวมถึงการสร้างความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรม โดยทางภาครัฐอาจมีแนวทางส่งเสริมและสนับสนุน ทั้งนี้พบว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมต้นและกลางก็ได้รับการสนับสนุนภายใต้แผนนโยบายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นั้น มีการให้แรงจูงใจเป็นพิเศษเพื่อให้มีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในกิจการการผลิต เช่น การออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ  ดังนั้นการปรับตัวในอนาคตของอิเล็กทรอนิกส์ไทยเพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันในอนาคต การปรับโครงสร้างการผลิตของอิเล็กทรอนิกส์กลางโดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีโอกาสทางการตลาดสูงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ในขณะที่การพัฒนาเทคโนโลยีหลักที่เป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์ต้นก็มีส่วนสำคัญที่จะต้องถูกพัฒนาควบคู่กันไป

ซึ่งการลงทุนฉบับใหม่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่สำคัญ ในการมุ่งสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นต้น เพื่อให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีแกนหลักของอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์และพัฒนาในด้านที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

แนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สมดุลและยั่งยืน

แนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สมดุลและยั่งยืนดังนี้

1.ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สร้างและพัฒนาบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ ส่งเสริมการยกระดับองค์ความรู้และทักษะผู้ประกอบการ รวมทั้งพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรม

2. เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลภาคอุตสาหกรรม โดยการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานที่ส่งเสริมประสิทธิภาพและยกระดับมาตรฐานการผลิต สนับสนุนการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการสร้างคุณค่าสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รวมทั้งประสานความร่วมมือการพัฒนาระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันเฉพาะทางในการฝึกอบรมบุคลากรให้มีทักษะ มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้

3. พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และนักวิจัยให้เพียงพอทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิต และพัฒนาบุคลากรวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่มีบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงานจริงในสถานประกอบการ

ทั้งนี้ ในสภาวะที่ค่าจ้างแรงงานของคนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ และการควบคุมในด้านสิ่งแวดล้อมมีความเข้มงวดมากขึ้น การที่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมจะสามารถมีธุรกิจที่แข่งขันได้และมีความยั่งยืน ก็จำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนด้านวิจัย และพัฒนาเพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าสูงขึ้น ทั้งนี้ การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้มาซึ่งบุคคลากรที่มีความชำนาญในเรื่องวิจัยและพัฒนา โดยที่ค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงนี้เป็นผลให้ภาคอุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดย่อมไม่สามารถแบกภาระนี้ไว้ได้ เป็นผลให้ในปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล่านี้ไม่ดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อประสิทธิภาพ และ/หรือประสิทธิผลของการผลิตเลย ดังนั้น การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ให้สามารถแข่งขันและพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ ภาครัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีส่วนช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ในด้านการวิจัยและพัฒนา และการสร้างกำลังคนสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ก็มีเป้าหมายที่จะเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและนำพาประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้แบบสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่

อุตสาหกรรมใหม่ของไทยสร้างอนาคตไทยเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมได้กว่า 3 ล้านล้านบาท

อุตสาหกรรมใหม่ของไทยที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ คาดจะสามารถเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้กว่า 3 ล้านล้านบาท พร้อมกันนี้รัฐบาลและเอกชน เร่งเดินเครื่องปั้นอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกให้เป็นผู้นำในตลาดอาเซียน

แผนยุทธศาสตร์ประเทศ หรือ  New  Growth  Model จะส่งผลให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากประเทศรายได้น้อย สู่ประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของเอเชียและโลก โดยมี 5 อุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ หรือที่เรียกว่าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด 2.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 3.อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก 4.อุตสาหกรรมยานอากาศ และ 5.อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้กว่า 20% หรือกว่า 3 ล้านล้านบาท
การให้ความสำคัญและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนตั้งกิจการในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ประกอบด้วย
1. อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น อุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลังงาน เชื้อเพลิงชีวภาพ แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์
2. อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ บริการเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ฯลฯ เพราะมีแนวโน้มมูลค่าการตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 เติบโตถึง 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 200% เมื่อเปรียบเทียบปี 2549
3. อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก ที่ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะนำเม็ดไบโอพลาสติกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันที่สามารถย่อยสลายได้ และลดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้จากพลาสติก
4. อุตสาหกรรมยานอากาศที่เมื่อมีการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน (เออีซี) รวมถึงแนวโน้มรูปแบบการสัญจรทางอากาศ ในปัจจุบันผู้ใช้บริการในทุกระดับสามารถเข้าถึงการใช้บริการได้ รวมถึงการก่อสร้างสถานบินและเครื่องบินมี จำนวนมาก และ5. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ กลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณา กลุ่มธุรกิจการให้บริการด้านสถาปัตยกรรม กลุ่มธุรกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียงไทย กลุ่มอุตสาหกรรมดนตรีของไทย กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ฯลฯ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมประเภทนี้สูงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่มุ่งมาทางทวีปเอเชียมากขึ้น ทำให้ไทยช้าไม่ได้สำหรับการผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นคลื่นลูกใหม่อย่าง พลาสติกชีวภาพ ซึ่งนอกจากจะทำให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของ ภูมิภาคอาเซียนได้แล้ว อุตสาหกรรมดังกล่าว จะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศได้เนื่องจากเป็นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งไม่ได้ผลิตได้แค่ถุงพลาสติก แต่ยังสามารถผลิต วัสดุทางการแพทย์ วัสดุทางอิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งหากอุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ คาดว่าจะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงต่าง ๆ ได้ภายใน 5 ปี

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้

17

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้มีศักยภาพด้านการท่อง เที่ยวสูง ทั้งนี้ด้วยความพร้อมด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ที่มีชายหาดและหมู่เกาะต่างๆ ที่สวยงาม รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเล ซึ่งเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมต่างๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้แก่ กิจกรรมดำน้ำ และกีฬาทางน้ำ (เรือใบ เรือบานาน่าโบ๊ท วินด์เซิร์ฟ เป็นต้น) รวมทั้งกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ทะเล เช่น การปล่อยเต่าทะเล และการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล (ปะการังเทียม) เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน

จากรายงานสถิติล่าสุด ของ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวภาคใต้สูงกว่าทุกภาค (หากไม่นับรวมกรุงเทพฯ) คือ รวมทั้งสิ้น ประมาณ 27,319,500 คน (รวมนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะเดินทางมากกว่า 1 จังหวัดในการเดินทางแต่ละครั้ง) ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 43 เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ภาคใต้ในสัดส่วนสูงถึงกว่าร้อยละ 71 ของรายได้ท่องเที่ยวรวมของภาคใต้ที่มีมูลค่า 307,239 ล้านบาทในปี 2554

หากพิจารณาเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่า แหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไปเที่ยวมากกว่าทุกภาค (หากไม่นับรวมกรุงเทพฯ) เช่นกัน โดยมีจำนวน 11.68 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่มีจำนวนรวม 40.94 ล้านคน และสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ภาคใต้ 219,543 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35 ของรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

รายได้ท่องเที่ยวดังกล่าวสะพัดสู่ธุรกิจบริการและธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจด้านที่พัก และธุรกิจด้านอาหารและ เครื่องดื่ม เมื่อพิจารณาจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า ในปี 2553 ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารของภาคใต้มีมูลค่าประมาณ 55,951 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.1 จากมูลค่าธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารของทุกภาคในไทย ดังนั้น จึงอาจประมาณได้ว่า ในปี 2554 ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารของภาคใต้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 86,000 ล้านบาท

1 2